เปิดบัญชี PayPal
การจ่ายค่าตอบแทนจากการสร้างรายได้ ส่วนใหญ่จะจ่ายผ่านบัญชี PayPal ดังนั้นก่อนจะเข้าไปสร้างรายได้เราต้องศึกษา และเปิดบัญชีให้พร้อมเสียก่อน
รู้จักกับ บัญชี PayPal
บัญชี PayPal คือระบบที่ช่วยให้ผู้ซื้อ ผู้ค้ารายย่อย และบริษัท ใช้เพื่อชำระเงินและรับเงินค่าสินค้าออนไลน์ โดยเราไม่ต้องเปิดเผยบัญชีบัตรเครดิตโดยตรง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม แต่ให้เรานำบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตมาสมัครบัญชีกับ PayPal ที่จะเป็นตัวกลางในการตัดจ่ายเงินจากบัญชีไปยังผู้ขายได้อย่างปลอดภัย
ข้อดีสำหรับผู้หารายได้โดยการทำงานออนไลน์
ผู้ที่ต้องการสร้างรายได้โดยการทำงาน เช่น รับจ้างคลิกป้ายโฆษณา หรือรับจ้างอัพโหลดไฟล์ภาพ เมื่อเราทำงานจนมีค่าตอบแทนสะสมตามยอดการตัดเงิน ผู้ว่าจ้างก็จะโอนเงินเข้าบัญชีของเราใน PayPal ซึ่งเราสามารถถอนเงินมาเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทยได้เมื่อต้องการใช้เงิน ดังนั้นระบบนี้จะช่วยให้เราทำงานออนไลน์ได้ทั่วโลก
ข้อดีสำหรับผู้หารายได้โดยการขายสินค้าออนไลน์
ผู้ขายสามารถนำตะกร้าเก็บเงินของ PalPal มาวางในเว็บไซต์ได้อย่างง่ายและสะดวก ยังช่วยเราในการเรียกเก็บเงิน รวมทั้งโอนเงินเข้าบัญชีของเราโดยมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก ดังนั้นเหมาะสำหรับผู้ค้ารายย่อย และบริษัทที่ต้องการเปิดเว็บขายสินค้า รวมทั้งการเปิดประมูลสินค้่า และการขายผ่านเมล์ พร้อมกับสนับสนุนฐานข้อมูลลูกค้า เพื่อขายสินค้าตัวใหม่ซ้ำได้อีกในครั้ิงต่อไป
นักเทรดเงินล้าน
รายละเอิยดเพิ่มเติม
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
สร้างรายได้กับไฟล์ภาพใน Dreamstime
สร้างรายได้กับไฟล์ภาพใน Dreamstimeเนื้อหาในบทนี้คงถูกใจสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ คนที่ทำงานด้านกราฟิกและครีเอทีฟ เพราะว่าภาพถ่าย รูปเวคเตอร์ ไฟลฺ์แฟลช ภาพประกอบ และไฟล์เสียง จากผลงานของเรานั้น สามารถนำมาขายบนเว็บเพื่อรับค่าตอบแทนเป็นเงินได้ไม่ยาก
รู้จักกับเว็บไซต์ซื้อขายถาพเว็บไซต์ที่ให้บริการรับซื้อและขายภาพ ถูกจัดเป็นเว็บไซต์ประเภท Microstock ซึ่งจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
- แหล่งที่มา(นำภาพมาขาย) และที่ไป(ซื้อภาพไปใช้) ของภาพ จะใช้ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต
- เป็นตัวกลางระหว่างศิลปิน (ผู้ขาย) รวมไปถึงนักถ่ายภาพสมัครเล่น หรือ ผู้ที่ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกกับผู้บริโภค (ผู้ซื้อ)
- ขายภาพในราคาที่ต่ำ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง $.20-$10 และอยู่ในรูปแบบ Rooyalty Free
รุ้จักกับ Royalty FreeRoyalty Free คือ รูปภาพที่จ่ายเงินซื้อเพียงครั้วเดียว แล้วผู้ซื้อสามารถนำใปใช้งานซ้ำกี่ครั้งก็ไ้ด้ ในขณะเดียวกันรูปนั้นก็ยังสามารถขายซ้ำ ได้หลายๆครั้ง ให้กับผู้ซื้อรายอื่นๆ ได้อีก เพียงแต่ซื้อไปเพื่อขายต่อไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกเลยที่เว้บไซต์ประเภท Microstock เหล่านี้จึงเป็นที่นิยม ด้วยราคาขายที่ไม่แพง และสามารถ ใช้ซ้ำไดหลากหลายวัตถุประสงค์นั่นเอง
ลักษณะของ Royalty Free
- จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้หลายครั้ง หลายวัตถุประสงค์ (ไม่จำกัด)ด
- ไม่จำกัดเวลาในการใช้งาน
- ไม่มีสิทธิเฉพาะบุคคล เจ้าของภาพสามารถขายภาพให้กับใคร เมื่อไรก็ได้ เท่าที่ต้องการ
- Royalty-Free อาจจะมีการกำหนดจำนวนครั้งที่ผู้ซื้อจะสามารถทำซ้ำได้ เช่นอนุญาติให้ผู้ซื้อใช้พิมพ์แผ่นพับได้ 500000 แผ่น ในแต่ละภาพที่ซื้อไป
การใช้รูปภาพในรูปแบบ Royalty Free- ใช้งานกับเว็บไซต์ มัลติมิเดีย งานพรีเซนเตชัน ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิดีโอ หรือแม้แต่บนโทรศัพท์มือถือ
- ใช้งานกับสิ่งพิมพ์ โฆษณา รายงาน นิตยสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ใบปลิว และป้ายต่างๆ
- ใช้งานภายในออฟฟิค เช่น หัวกระดาษ นามบัตร หรืองานตกแต่งภายในบ้านก็ได้
ข้อห้ามในการใช้รูปภาพแบบ Royalty Free- ใช้กับงานลามก อนาจาร งานผิดกฎหมาย และจริยธรรม หรือ ทำให้บุคคลอื่น หรือสังคมเสียหาย
- ใช้กับงานที่ทำให้เว็บไซต์ Microstock นั้นๆ เสียหาย
- ห้ามกระทำการขายต่อ
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไข และข้อตกลงต่างๆ ในการใช้งานที่ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ ของผู้ให้บริการ Microstock ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในข้อตกลง และเงื่อนไข การใช้งานในแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ผู้ให้บริการนั่นเอง
บางทีอาจจะมองดูว่าการขายภาพในเว็บไซต์ประเภท Microstock จะได้ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเรียกว่า Micropayment ก็ได้ แต่หากมองดูลึกๆแล้ว ผู้ขาย หรือศิลปินสามารถ จะขายผลงานของตัวเองได้หลายครั้ง ในหลายเว็บไซต์ และในระยะยาวก็ส่งผลทำให้มีรายได้ไม่น้อยเลยที่เดียว
เตรียมตัวกับงานขายภาพ
ก่อนจะลงมือขายภาพ เพื่อสร้างรายได้ เราจะต้องเตรียมความพร้อม ดังนี้
1. ใช้เวลา ยิ่งลงเวลาในการอัพโหลดภาพมากผลตอบแทนก็มากตามไปด้วย
2. ความอดทน เมื่อนำภาพวางขายไปแล้ว อาจจะยังไม่มีคนมาซื้อทันที เพราะยังไม่มีคนสนใจ ต้องอดทนรอคอย
3. ภาพถ่ายของเราเอง
4. มีประวัติส่วนตัว หรือผลงานที่ดึงดูด อย่างน้อย 10 ผลงาน เพื่อเป็นข้อมูลประชาสัมพันธ์ตนเองให้น่าเชื่อถือ
เลือกเว็บไซต์ที่จะนำภาพไปขาย
เราอาจจะเลือกวางภาพผลงานของเรา จากหนึ่งในเว็บไซต์ที่ได้คัดเลือกมาแนะนำ โดยได้เรียงลำดับจาการสมัคร และการใช้งานจากง่ายไปถึงยาก
การขายภาพกับ Dreamstime ซึ่งเหมาะสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่มีผลงานไม่เกิน 50รูป โดยเปิดปัญชีขายภาพกับ Dreamstime ได้ฟรี แล้วเมื่อมีผลงานมากกว่านี้จึงค่อยขยับไปสู่เว็บไซต์ที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่าง Shutter Stock หรือ iStockPhoto ตามลำดับ
ลงทะเบียนเปิดบัญชีขายภาพกับ Dreamstime
เริ่มต้นก่อนที่จะอัพโหลดภาพไปวางขาย เราจะต้องลงทะเบียนเปิดบัญชีกันก่อนดังนี้
1.เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.dreamstime.com/
2.คลิกที่ Sing up for Free
3. กรอกชื่อบัญชี รหัสผ่าน อีเมล์แอดเดรส และ รหัสภาพ
4. คลิกที่ Submit เพื่อลงทะเบียน
อัพโหลดภาพหลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้เราล็อกอินเข้าสู่ระบบ และมาอัพโหลดภาพกันโดยให้คลิกที่ Contribte Area >Upload files ซึ่งเครื่องของเราจะต้องมี Java Runtime เพื่อรองรับกับระบบของเว็บ แต่หากไม่มี จะปรากฏหน้าจอให้เราไปดาวน์โหลด Java Runtime มาติดตั้งก่อน เมื่อระบบของเรารองรับการทำงานแล้ว ให้เราเข้าสู่หน้าอัพโหลดไฟล์ภาพอีกด้วยและให้อัพโหลดภาพตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิก Add เพื่อเข้าไปเลือกภาพ
2. เลือกภาพที่ต้องการ
3. คลิกเพื่อใช้ภาพที่เลือก(กลับไปข้อ2 ถ้าต้องการการเพิ่มภาพ)
4. คลิก Upload เพื่ออัพโหลดภาพ
5. ใส่ชื่อบัญชี รหัสผ่าน และคลิกปุ่ม OK
6. สิ้นสุดการอัพโหลดให้คลิกปุ่ม OK
ในข้อ 2 สำหรับภาพที่จะอัพนั้นจะต้องมีเงื่อนไขต่างๆ
ภาพถ่าย
- เป็นภาพ JPG คุณภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้
- ภาพความละเอียดขั้นต่ำ 4 ล้านพิกเซล
(ขนาดของภาพ ความกว้างx ยาว = ความละเอียดมีหน่วยเป็นพิกเซล)
ซึ่ง Microstock บางเว็บไซต์อาจจะขายภาพของเราตามขนาดความละเอียด ของภาพ
-หัวเรื่องของภาพตควรจะเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ธุรกิจ,สินค้า,คอมพิวเตอร์,ฉาก,ชีวิต,ร่วมสมัย,วัตถุ,และฤดูกาล เป็นต้น ส่วนภาพเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ดวงอาทิตย์ขึ้น-ลง อาคาร หรือ ดอกไม้ จะไม่เป็นที่ต้องการของ Microstock เท่าไรนัก แต่ถ้าหากมั่นในผลงานว่าแตกต่างจากคนอื่นก็สามารถอัพโหลดขึ้นไปได้
- รูปถ่ายต้องไม่มีโลโก้ เครื่องหมายการค้า ตัวหนังสือ (ที่ถูกเพิ่มเข้าไป) ลายน้ำ หรือ วันเวลาที่ถ่าย
- ถ้าหากว่ารูปถ่ายเป็นรูปเฉพาะบุคคล หรือนางแบบ นายแบบ จะต้องมีสัญญายินยอมแนบไปด้วย
ภาพเวคเตอร์(Corel Draw,Adobe lllustrator)
-เป็นไฟล์ EPS สำหรับ lllustrator 8 เท่านั้น
-สามารถเพิ่มไฟล์ JPG สำหรับพรีวิว คู่กับไฟล์ EPS (บางเว็บไซต์เท่านั้น)
- บางเว็บไซต์อาจจะต้องการไฟล์ EPS ในรูปแบบบีบอัดแล้ว (Zupfile)
รอการตรวจสอบ
Dreamstime จะตรวจสอบภาพที่เราส่งขึ้นไปว่ามีคุณสมบัติ หรือมาตรฐานเพียงพอที่จะเสนอขายบนเว็บไซต์หรือไม่ ซึ่งมาตราฐานของ Dreamstime จะไม่เข้ม งวดนักถ้าเปรียบกับ Microstock เว็บไซต์อื่นๆอย่าง Shutterstock หรือiStockphoto
หลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว ภาพจะเข้าสู่สถานะ Unfinish เพื่อให้เราทำการเพิ่มคำอธิบายภาพและใส่คีย์เวิร์ด เราจะเช็ด สถานะ Unfinish เพื่อให้เราทำการเพิ่มคำอธิบายภาพและใส่คีย์เวิร์ด เราจะเช็คสถานะของภาพโดยคลิกที่ Unfinish
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ หนังสือ หาเงิน บนอินเทอร์เน็ต (ของคุณ ปิยะ นาทสงค์) ได้นะค่ะ
รู้จักกับเว็บไซต์ซื้อขายถาพเว็บไซต์ที่ให้บริการรับซื้อและขายภาพ ถูกจัดเป็นเว็บไซต์ประเภท Microstock ซึ่งจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
- แหล่งที่มา(นำภาพมาขาย) และที่ไป(ซื้อภาพไปใช้) ของภาพ จะใช้ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต
- เป็นตัวกลางระหว่างศิลปิน (ผู้ขาย) รวมไปถึงนักถ่ายภาพสมัครเล่น หรือ ผู้ที่ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกกับผู้บริโภค (ผู้ซื้อ)
- ขายภาพในราคาที่ต่ำ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง $.20-$10 และอยู่ในรูปแบบ Rooyalty Free
รุ้จักกับ Royalty FreeRoyalty Free คือ รูปภาพที่จ่ายเงินซื้อเพียงครั้วเดียว แล้วผู้ซื้อสามารถนำใปใช้งานซ้ำกี่ครั้งก็ไ้ด้ ในขณะเดียวกันรูปนั้นก็ยังสามารถขายซ้ำ ได้หลายๆครั้ง ให้กับผู้ซื้อรายอื่นๆ ได้อีก เพียงแต่ซื้อไปเพื่อขายต่อไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกเลยที่เว้บไซต์ประเภท Microstock เหล่านี้จึงเป็นที่นิยม ด้วยราคาขายที่ไม่แพง และสามารถ ใช้ซ้ำไดหลากหลายวัตถุประสงค์นั่นเอง
ลักษณะของ Royalty Free
- จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้หลายครั้ง หลายวัตถุประสงค์ (ไม่จำกัด)ด
- ไม่จำกัดเวลาในการใช้งาน
- ไม่มีสิทธิเฉพาะบุคคล เจ้าของภาพสามารถขายภาพให้กับใคร เมื่อไรก็ได้ เท่าที่ต้องการ
- Royalty-Free อาจจะมีการกำหนดจำนวนครั้งที่ผู้ซื้อจะสามารถทำซ้ำได้ เช่นอนุญาติให้ผู้ซื้อใช้พิมพ์แผ่นพับได้ 500000 แผ่น ในแต่ละภาพที่ซื้อไป
การใช้รูปภาพในรูปแบบ Royalty Free- ใช้งานกับเว็บไซต์ มัลติมิเดีย งานพรีเซนเตชัน ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิดีโอ หรือแม้แต่บนโทรศัพท์มือถือ
- ใช้งานกับสิ่งพิมพ์ โฆษณา รายงาน นิตยสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ใบปลิว และป้ายต่างๆ
- ใช้งานภายในออฟฟิค เช่น หัวกระดาษ นามบัตร หรืองานตกแต่งภายในบ้านก็ได้
ข้อห้ามในการใช้รูปภาพแบบ Royalty Free- ใช้กับงานลามก อนาจาร งานผิดกฎหมาย และจริยธรรม หรือ ทำให้บุคคลอื่น หรือสังคมเสียหาย
- ใช้กับงานที่ทำให้เว็บไซต์ Microstock นั้นๆ เสียหาย
- ห้ามกระทำการขายต่อ
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไข และข้อตกลงต่างๆ ในการใช้งานที่ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ ของผู้ให้บริการ Microstock ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในข้อตกลง และเงื่อนไข การใช้งานในแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ผู้ให้บริการนั่นเอง
บางทีอาจจะมองดูว่าการขายภาพในเว็บไซต์ประเภท Microstock จะได้ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเรียกว่า Micropayment ก็ได้ แต่หากมองดูลึกๆแล้ว ผู้ขาย หรือศิลปินสามารถ จะขายผลงานของตัวเองได้หลายครั้ง ในหลายเว็บไซต์ และในระยะยาวก็ส่งผลทำให้มีรายได้ไม่น้อยเลยที่เดียว
เตรียมตัวกับงานขายภาพ
ก่อนจะลงมือขายภาพ เพื่อสร้างรายได้ เราจะต้องเตรียมความพร้อม ดังนี้
1. ใช้เวลา ยิ่งลงเวลาในการอัพโหลดภาพมากผลตอบแทนก็มากตามไปด้วย
2. ความอดทน เมื่อนำภาพวางขายไปแล้ว อาจจะยังไม่มีคนมาซื้อทันที เพราะยังไม่มีคนสนใจ ต้องอดทนรอคอย
3. ภาพถ่ายของเราเอง
4. มีประวัติส่วนตัว หรือผลงานที่ดึงดูด อย่างน้อย 10 ผลงาน เพื่อเป็นข้อมูลประชาสัมพันธ์ตนเองให้น่าเชื่อถือ
เลือกเว็บไซต์ที่จะนำภาพไปขาย
เราอาจจะเลือกวางภาพผลงานของเรา จากหนึ่งในเว็บไซต์ที่ได้คัดเลือกมาแนะนำ โดยได้เรียงลำดับจาการสมัคร และการใช้งานจากง่ายไปถึงยาก
การขายภาพกับ Dreamstime ซึ่งเหมาะสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่มีผลงานไม่เกิน 50รูป โดยเปิดปัญชีขายภาพกับ Dreamstime ได้ฟรี แล้วเมื่อมีผลงานมากกว่านี้จึงค่อยขยับไปสู่เว็บไซต์ที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่าง Shutter Stock หรือ iStockPhoto ตามลำดับ
ลงทะเบียนเปิดบัญชีขายภาพกับ Dreamstime
เริ่มต้นก่อนที่จะอัพโหลดภาพไปวางขาย เราจะต้องลงทะเบียนเปิดบัญชีกันก่อนดังนี้
1.เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.dreamstime.com/
2.คลิกที่ Sing up for Free
3. กรอกชื่อบัญชี รหัสผ่าน อีเมล์แอดเดรส และ รหัสภาพ
4. คลิกที่ Submit เพื่อลงทะเบียน
อัพโหลดภาพหลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้เราล็อกอินเข้าสู่ระบบ และมาอัพโหลดภาพกันโดยให้คลิกที่ Contribte Area >Upload files ซึ่งเครื่องของเราจะต้องมี Java Runtime เพื่อรองรับกับระบบของเว็บ แต่หากไม่มี จะปรากฏหน้าจอให้เราไปดาวน์โหลด Java Runtime มาติดตั้งก่อน เมื่อระบบของเรารองรับการทำงานแล้ว ให้เราเข้าสู่หน้าอัพโหลดไฟล์ภาพอีกด้วยและให้อัพโหลดภาพตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิก Add เพื่อเข้าไปเลือกภาพ
2. เลือกภาพที่ต้องการ
3. คลิกเพื่อใช้ภาพที่เลือก(กลับไปข้อ2 ถ้าต้องการการเพิ่มภาพ)
4. คลิก Upload เพื่ออัพโหลดภาพ
5. ใส่ชื่อบัญชี รหัสผ่าน และคลิกปุ่ม OK
6. สิ้นสุดการอัพโหลดให้คลิกปุ่ม OK
ในข้อ 2 สำหรับภาพที่จะอัพนั้นจะต้องมีเงื่อนไขต่างๆ
ภาพถ่าย
- เป็นภาพ JPG คุณภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้
- ภาพความละเอียดขั้นต่ำ 4 ล้านพิกเซล
(ขนาดของภาพ ความกว้างx ยาว = ความละเอียดมีหน่วยเป็นพิกเซล)
ซึ่ง Microstock บางเว็บไซต์อาจจะขายภาพของเราตามขนาดความละเอียด ของภาพ
-หัวเรื่องของภาพตควรจะเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ธุรกิจ,สินค้า,คอมพิวเตอร์,ฉาก,ชีวิต,ร่วมสมัย,วัตถุ,และฤดูกาล เป็นต้น ส่วนภาพเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ดวงอาทิตย์ขึ้น-ลง อาคาร หรือ ดอกไม้ จะไม่เป็นที่ต้องการของ Microstock เท่าไรนัก แต่ถ้าหากมั่นในผลงานว่าแตกต่างจากคนอื่นก็สามารถอัพโหลดขึ้นไปได้
- รูปถ่ายต้องไม่มีโลโก้ เครื่องหมายการค้า ตัวหนังสือ (ที่ถูกเพิ่มเข้าไป) ลายน้ำ หรือ วันเวลาที่ถ่าย
- ถ้าหากว่ารูปถ่ายเป็นรูปเฉพาะบุคคล หรือนางแบบ นายแบบ จะต้องมีสัญญายินยอมแนบไปด้วย
ภาพเวคเตอร์(Corel Draw,Adobe lllustrator)
-เป็นไฟล์ EPS สำหรับ lllustrator 8 เท่านั้น
-สามารถเพิ่มไฟล์ JPG สำหรับพรีวิว คู่กับไฟล์ EPS (บางเว็บไซต์เท่านั้น)
- บางเว็บไซต์อาจจะต้องการไฟล์ EPS ในรูปแบบบีบอัดแล้ว (Zupfile)
รอการตรวจสอบ
Dreamstime จะตรวจสอบภาพที่เราส่งขึ้นไปว่ามีคุณสมบัติ หรือมาตรฐานเพียงพอที่จะเสนอขายบนเว็บไซต์หรือไม่ ซึ่งมาตราฐานของ Dreamstime จะไม่เข้ม งวดนักถ้าเปรียบกับ Microstock เว็บไซต์อื่นๆอย่าง Shutterstock หรือiStockphoto
หลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว ภาพจะเข้าสู่สถานะ Unfinish เพื่อให้เราทำการเพิ่มคำอธิบายภาพและใส่คีย์เวิร์ด เราจะเช็ด สถานะ Unfinish เพื่อให้เราทำการเพิ่มคำอธิบายภาพและใส่คีย์เวิร์ด เราจะเช็คสถานะของภาพโดยคลิกที่ Unfinish
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ หนังสือ หาเงิน บนอินเทอร์เน็ต (ของคุณ ปิยะ นาทสงค์) ได้นะค่ะ
สร้างรายได้กับไฟล์เสียงใน Buystocksound
สร้างรายได้กับไฟล์เสียงใน Buystocksound
สำหรับคนที่ชอบสร้างเสียงดนตรี เพลง ซาวนด์เอฟเฟ็กต์ และบันทึกเสียงต่างๆ รอบตัวเรา เพื่อนำไปประกอบในงานมัลติมีเดีย ซึ่งเราสามารถนำไฟล์เสียงเหล่านี้ไปฝากขายบนร้านค้าออนไลน์ให้เกิดเป็นรายได้โดยจะมีลูกค้าเข้ามาทดลองฟัง และซื้อจากทั่วโลก จากนั้นทางเว็บไซต์เจ้าของร้านก็จะจ่ายส่วนแบ่งเป็นส่วนหนึ่งให้กับเรา และยิ่งเรามีไฟล์เสียงใปขายจำนวนมาก ยอดของรายได้ก็จะทวีขึ้นเช่นกัน
รู้จักกับ Buystocksound
http://www.buystocksound.com/ เป็นเว็บไซต์ซื้อขายไฟล์เสียงที่นักครีเอทีฟ นิยมเข้ามาฟัและเลือกซื้อไฟล์เสียงไปใช้ในงานโฆษณา งานพรีเซนเตชัน หรือภาพยนต์โดยมีให้เลือกทั้งซาวนด์เอฟเฟ็กต์ ซาวนด์ลูป และไฟล์เสียงต่างๆ ในเว็บนี้มีไฟล์เสียงให้นำไปใช้มากมาย เพราะมีสมาชิกเข้ามาอัพโหลดฝากขายกันอยู่เรื่อยๆ จนมีกว่า 22,000 ไฟล์
Buystocksound เป็นแหล่งไฟล์เสียงที่ปัจจุบันมีคนเข้ามาร่วมกันขายไฟล์เสียงมากกว่า 5000 คน และมีผลตอบแทนให้ด้วย โดยจะคิดค่าตอบแทน 50-70% ของยอดขาย ซึ่งเราสามารถสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกเพื่ออัพโหลดไฟล์เสียงขึ้นวางขายเพื่อสร้างรายได้ เมื่อมีค่าตอบแทนครบตามอัตราการชำระเงิน ก็ให้แจ้งขอรับเงินโดยระบบจะโอนเงินให้เราในบัญชี Paypal บัตรเครดิต และอื่นๆ ที่จะกล่าวในหัวข้อต่อไป
สมัครสมาชิกสร้างรายได้กับ Buystocksound
การสร้างรายได้โดยการขายไฟล์เสียงบนเว็บนั้นเกิดขึ้นได้จริง และเมื่อมีบัญชี Paypal สำหรับใช้ในการรับเงินพร้อมแล้ว ให้สมัครเป็นสมาชิกเพื่อสร้างรายได้กันเลย
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.buystocksound.com/ จากนั้นคลิกที่ Register เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก
2. ใส่ข้อมูลในการลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก ประกอบด้วย
Enter Email Address บัญชีอีเมล์แอดเดรส
Confirm Email Address กรอกยืนยันอีเมล์แอดเดรสอีกครั้ง
Login (User name) ชื่อผู้ใช้งานเพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบ
Password ระหัสผ่านที่ใช้ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบ
Confirm Password ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบ ว่าถูกต้อง
I Agree with BigstockFlash Privacy Policy* ตอบรับเงื่อนไขในการใช้งาน
จากนั้น ให้คลิกเมาส์ที่ Join Now เพื่อสมัครสมาชิก
3. ปรากฏข้อความแจ้งให้ทราบว่า ให้เราเข้าไปอีเมล์เพื่อยืนยันความถูกต้อง ของอีเมล์แอดเดรสที่ใช้สมัคร
4. เข้าไปเปิดอีเมล์ และคลิกที่ลิงก์ยืนยันความถูกต้องของอีเมล์แอดเดรสที่ใช้ลงทะเบียน
5. การสมัครสมาชิกสำเร็จเรียบร้อย และแสดงชื่อบัญชีผู้ใช้ของเราบนแถบด้านบนว่ากำลังล็อคอินเข้าทำงานอยู่ในระบบ
6. ในส่วน Edit Account ให้เรากำหนดข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานเพิ่มเติม ได้แก่ Name ชื่อ Surname นามสกุล และ Tell us about youself บอกเกี่ยวกับไฟล์เสียงที่เราจะขาย จากนั้นให้คลิก save changes บันทึกข้อมูล
กฏกติกามารยาทในการขายไฟล์เสียง
ก่อนลงมืออัพโหลดไฟล์เสียงเพื่อทำำรายได้ ควรทราบกฏกติกากัน ดังนนี้
-คำอธิบายจะต้องไม่หลอกลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิด
- ไม่นำไฟล์เสียงของคนอื่นมาดัดแปลง
- ไม่ละเมิดไฟล์ิลิขสิทธิ์ของผู้อื่นๆ
- เนื้อหาของไฟล์เสียงจะต้องไม่ผิดกฏหมายต่างๆ ในประเทศนั้น
- ไม่มีเนื้อหาที่รุนแรงและผิดกฏหมาย
- ไม่มีเนื้อหาในทางอนาจาร
- ไม่มีเนื้อหาที่ส่งผลเสียต่อเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจะจัดขายในเฉพาะกลุ่มของผู้ซื้อ
-ไม่เป็นไฟล์ที่มีไวรัสและมีผลกระทบต่อระบบของเครื่อง
- ไฟล์จะไม่มีผลกระทบกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าสู่เว็บไซต์
-สมาชิกสามารถถอดไฟล์เสียงออกได้ด้วยตนเอง แต่ถ้ามีไฟล์จำนวนมากให้แจ้งกับผู้ดูแลระบบเพื่อจะช่วยถอดออกภายใน 5 วัน
- การยกเลิกเป็นสมาชิกจะทำได้ภายใน 30 วันและระหว่างนั้นจะยังคงอยู่ในข้อตกลงเดิม
อัตราค่าตอบแทน
ค่้าตอบแทนเป็นเรื่องที่สำคัญ ก่อนที่เราจะทำงานต้องทราบให้ชัดเจน ดังนี้
- รายได้จากการแนะนำคนใหม่มาร่วมขายไฟล์เสียง โดยทางเว็บจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงิน 10% จากยอดขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน 12 เดือน
- รายไ้ด้จากการแนะนำคนใหม่เข้ามาซื้อไฟล์เสียง โดยทางเว็บจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงิน 50% จากยอดการลงทะเบียนซื้อในครั้งแรก ซึ่งเราจะได้ป้ายโฆษณาไปติดในบล็อก หรือเว็บไซต์เพื่อประกาศให้คนใหม่ๆ เข้ามาซื้อ
- รายได้จากการอัพโหลดไฟล์เสียงของเราเองขึ้นไปขาย โดยทางเว็บจะจ่ายค่าตอบแทน 50-70% จากทุกๆยอดขายของไฟล์เสียงต่างๆ ซื่งเกณฑ์ในการให้เปอร์เซ็นค่าตอบแทน
- การตัดยอดจ่ายเงิน เราสามารถแจ้งความจำนงขอรับเิงินได้ เืมื่อยอดขายของเราครบ $50 (ดอลล่าร์สหรัฐ) โดยสามารถระบุได้ว่าจะรับเงินผ่าน Paypal,WebMoney, และ e-gold นอกจะานี้ยังรองรับ Westerm Imopm กับ MoneyGram แต่จะมีค่าธรรมเนียมด้วย ส่วนค่าตอบแทนที่เกิน $500 นั้นสามารถโอนผ่านระบบ Swift ได้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ หาเงินบนอินเทอร์เน็ต ของคุณ ปิยะ นากสงค์ ได้น่ะค่ะ
สำหรับคนที่ชอบสร้างเสียงดนตรี เพลง ซาวนด์เอฟเฟ็กต์ และบันทึกเสียงต่างๆ รอบตัวเรา เพื่อนำไปประกอบในงานมัลติมีเดีย ซึ่งเราสามารถนำไฟล์เสียงเหล่านี้ไปฝากขายบนร้านค้าออนไลน์ให้เกิดเป็นรายได้โดยจะมีลูกค้าเข้ามาทดลองฟัง และซื้อจากทั่วโลก จากนั้นทางเว็บไซต์เจ้าของร้านก็จะจ่ายส่วนแบ่งเป็นส่วนหนึ่งให้กับเรา และยิ่งเรามีไฟล์เสียงใปขายจำนวนมาก ยอดของรายได้ก็จะทวีขึ้นเช่นกัน
รู้จักกับ Buystocksound
http://www.buystocksound.com/ เป็นเว็บไซต์ซื้อขายไฟล์เสียงที่นักครีเอทีฟ นิยมเข้ามาฟัและเลือกซื้อไฟล์เสียงไปใช้ในงานโฆษณา งานพรีเซนเตชัน หรือภาพยนต์โดยมีให้เลือกทั้งซาวนด์เอฟเฟ็กต์ ซาวนด์ลูป และไฟล์เสียงต่างๆ ในเว็บนี้มีไฟล์เสียงให้นำไปใช้มากมาย เพราะมีสมาชิกเข้ามาอัพโหลดฝากขายกันอยู่เรื่อยๆ จนมีกว่า 22,000 ไฟล์
Buystocksound เป็นแหล่งไฟล์เสียงที่ปัจจุบันมีคนเข้ามาร่วมกันขายไฟล์เสียงมากกว่า 5000 คน และมีผลตอบแทนให้ด้วย โดยจะคิดค่าตอบแทน 50-70% ของยอดขาย ซึ่งเราสามารถสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกเพื่ออัพโหลดไฟล์เสียงขึ้นวางขายเพื่อสร้างรายได้ เมื่อมีค่าตอบแทนครบตามอัตราการชำระเงิน ก็ให้แจ้งขอรับเงินโดยระบบจะโอนเงินให้เราในบัญชี Paypal บัตรเครดิต และอื่นๆ ที่จะกล่าวในหัวข้อต่อไป
สมัครสมาชิกสร้างรายได้กับ Buystocksound
การสร้างรายได้โดยการขายไฟล์เสียงบนเว็บนั้นเกิดขึ้นได้จริง และเมื่อมีบัญชี Paypal สำหรับใช้ในการรับเงินพร้อมแล้ว ให้สมัครเป็นสมาชิกเพื่อสร้างรายได้กันเลย
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.buystocksound.com/ จากนั้นคลิกที่ Register เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก
2. ใส่ข้อมูลในการลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก ประกอบด้วย
Enter Email Address บัญชีอีเมล์แอดเดรส
Confirm Email Address กรอกยืนยันอีเมล์แอดเดรสอีกครั้ง
Login (User name) ชื่อผู้ใช้งานเพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบ
Password ระหัสผ่านที่ใช้ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบ
Confirm Password ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบ ว่าถูกต้อง
I Agree with BigstockFlash Privacy Policy* ตอบรับเงื่อนไขในการใช้งาน
จากนั้น ให้คลิกเมาส์ที่ Join Now เพื่อสมัครสมาชิก
3. ปรากฏข้อความแจ้งให้ทราบว่า ให้เราเข้าไปอีเมล์เพื่อยืนยันความถูกต้อง ของอีเมล์แอดเดรสที่ใช้สมัคร
4. เข้าไปเปิดอีเมล์ และคลิกที่ลิงก์ยืนยันความถูกต้องของอีเมล์แอดเดรสที่ใช้ลงทะเบียน
5. การสมัครสมาชิกสำเร็จเรียบร้อย และแสดงชื่อบัญชีผู้ใช้ของเราบนแถบด้านบนว่ากำลังล็อคอินเข้าทำงานอยู่ในระบบ
6. ในส่วน Edit Account ให้เรากำหนดข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานเพิ่มเติม ได้แก่ Name ชื่อ Surname นามสกุล และ Tell us about youself บอกเกี่ยวกับไฟล์เสียงที่เราจะขาย จากนั้นให้คลิก save changes บันทึกข้อมูล
กฏกติกามารยาทในการขายไฟล์เสียง
ก่อนลงมืออัพโหลดไฟล์เสียงเพื่อทำำรายได้ ควรทราบกฏกติกากัน ดังนนี้
-คำอธิบายจะต้องไม่หลอกลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิด
- ไม่นำไฟล์เสียงของคนอื่นมาดัดแปลง
- ไม่ละเมิดไฟล์ิลิขสิทธิ์ของผู้อื่นๆ
- เนื้อหาของไฟล์เสียงจะต้องไม่ผิดกฏหมายต่างๆ ในประเทศนั้น
- ไม่มีเนื้อหาที่รุนแรงและผิดกฏหมาย
- ไม่มีเนื้อหาในทางอนาจาร
- ไม่มีเนื้อหาที่ส่งผลเสียต่อเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจะจัดขายในเฉพาะกลุ่มของผู้ซื้อ
-ไม่เป็นไฟล์ที่มีไวรัสและมีผลกระทบต่อระบบของเครื่อง
- ไฟล์จะไม่มีผลกระทบกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าสู่เว็บไซต์
-สมาชิกสามารถถอดไฟล์เสียงออกได้ด้วยตนเอง แต่ถ้ามีไฟล์จำนวนมากให้แจ้งกับผู้ดูแลระบบเพื่อจะช่วยถอดออกภายใน 5 วัน
- การยกเลิกเป็นสมาชิกจะทำได้ภายใน 30 วันและระหว่างนั้นจะยังคงอยู่ในข้อตกลงเดิม
อัตราค่าตอบแทน
ค่้าตอบแทนเป็นเรื่องที่สำคัญ ก่อนที่เราจะทำงานต้องทราบให้ชัดเจน ดังนี้
- รายได้จากการแนะนำคนใหม่มาร่วมขายไฟล์เสียง โดยทางเว็บจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงิน 10% จากยอดขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน 12 เดือน
- รายไ้ด้จากการแนะนำคนใหม่เข้ามาซื้อไฟล์เสียง โดยทางเว็บจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงิน 50% จากยอดการลงทะเบียนซื้อในครั้งแรก ซึ่งเราจะได้ป้ายโฆษณาไปติดในบล็อก หรือเว็บไซต์เพื่อประกาศให้คนใหม่ๆ เข้ามาซื้อ
- รายได้จากการอัพโหลดไฟล์เสียงของเราเองขึ้นไปขาย โดยทางเว็บจะจ่ายค่าตอบแทน 50-70% จากทุกๆยอดขายของไฟล์เสียงต่างๆ ซื่งเกณฑ์ในการให้เปอร์เซ็นค่าตอบแทน
- การตัดยอดจ่ายเงิน เราสามารถแจ้งความจำนงขอรับเิงินได้ เืมื่อยอดขายของเราครบ $50 (ดอลล่าร์สหรัฐ) โดยสามารถระบุได้ว่าจะรับเงินผ่าน Paypal,WebMoney, และ e-gold นอกจะานี้ยังรองรับ Westerm Imopm กับ MoneyGram แต่จะมีค่าธรรมเนียมด้วย ส่วนค่าตอบแทนที่เกิน $500 นั้นสามารถโอนผ่านระบบ Swift ได้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ หาเงินบนอินเทอร์เน็ต ของคุณ ปิยะ นากสงค์ ได้น่ะค่ะ
สร้างรายได้จากการอัพโหลดไฟล์
สร้างรายได้โดยการอัพโหลดไฟล์
ปัจจุบันเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก จะมีส่วนทำให้เว็บไซต์ รับรายได้จากการติดป้ายโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์รับฝากไฟล์จะสนับสนุนให้คนนำไฟล์ต่างๆ มาฝากไว้ และนำลิงก์ไฟล์เหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อให้คนอื่นเข้าดาวน์โหลด จึงส่งผลให้มีสถิติการเข้าชมอย่างล้นหลามผันเปลี่ยนรายได้ให้กับเจ้าของเว็บไซต์เช่นกัน ดังนั้นจึงมีเว็บไซต์เหล่านี้ แข่งขันกัน และให้ค่าตอบแทนแ่ก่ผู้นำไฟล์มาเผยแพร่ เพื่อให้มีไฟล์มากเพียงพอ และตรงกับความต้องการของผู้ดาวน์โหลด
อัพโหลดไฟล์สร้างรายได้กับ Ziddu
Ziddu.com เป็นเว็บให้บริการจัดเก็บไฟล์ ที่กำลังมาแรง เพราาะสามารถอัพโหลดหลายๆ หน้าต่างพร้อมกัน อัพโหลดไฟล์ได้ขนาดใหญ่ถึง 200 เมกะไบต์และเมื่อผู้ชมคลิกลิงก์เข้ามาดาวน์โหลด จะไม่ต้องเสียเวลารอนับถอยหลังก่อนดาวน์โหลดไฟล์
ข้อมูลค่าตอบแทนก่อนทำงานจริง
Ziddu.com จะให้ค่าตอบแทนแก่สมาชิก ตามอัตราดังนี้
1.รับ 0.001 เหรียญต่อการดาวน์โหลดเฉพาะรายการหนึ่งครั้ง หรือ 10,000 ครั้ง รับค่าตอบแทน 10 เหรียญ
2. เงินรายได้จะถูกโอนให้ทาง PayPal หรือ MoneyBookers เมื่อยอดรวมของรายได้ถึง 10 เหรียญ
3. การแนะนำเพื่อนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกหารายได้ผ่านเรา จะได้รับโบนัส 0.10 เหรียญเมื่อมีมีผู้สมัครใหม่ผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ แต่จะเริ่มนับเมื่อผู้สมัครใหม่มีการอัพโหลดไฟล์เป็นครั้งแรก
ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก
เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.Ziddu.com
ทำตามขั้นตอน
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ หาเงินบนอินเทอร์เน็ต ของคุณปิยะ นากสงค์)
อัพโหลดไฟล์สร้างรายได้กับ Easy-Share
Easy-Share.com เป็นเว็บไซต์ให้บริการจัดเก็บไฟล์ที่ได้รับความนิยม เพราะมีสมาชิกเข้ามช่วยอัพโหลดไฟล์จำนวนมาก โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนให้สมาชิกด้วย
ข้อมูลค่าตอบแทนก่อนทำงาน
Easy-share จะให้คะแนน (ePoint) ต่อการทำงานและการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ที่เรานำไปฝาก จากนั้นจะผันเปลี่ยนจากคะแนน 1000 คะแนนมาเป็นเงิน 1 ดอล์ลาร์ โดยมีวิธีการสร้างรายได้ถึง 3 รูปแบบ ดังนี้
ติดป้ายประกาศขายสินค้า
สำหรับสมาชิก Premium (สมาชิกที่จ่ายค่าธรรมเนียม) เมื่อล็อกอินเ้ข้าไช้งาน จะสามารถเข้าไปรับโค้ดป้ายโฆษณาสินค้าต่างๆ เพื่อนำไปวางบนเว็บไซต์ และเมื่อมีการสินค้าจะได้รับค่าตอบแทน 10-35% จากยอดขาย และจะต้องตัดยอดเงินในสิ้นเดือน
การดาวน์โหลดไฟล์
เราจะได้คะแนนสะสม เมื่อมีคนเข้ามาคลิกดาวน์โหลดไฟล์ ที่เราฝากไว้ โดยจะได้ 2 คะแนนต่อการดาวน์โหลด หนึ่งครั้งสำหรับผู้ดาวน์โหลดที่อยู่ในประเทศ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยี่ยม แคนาดา เดนมาร์ก เยอรมันนี อังกฤษ กรีซ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอรเวย์ โปรตุเกส สวีเดน สเปน สิงคโปร์ ซาอุดิอารเบีย สหรัฐอเมริกา และ 1 คะแนนสำหรับผู้ดาวน์โหลด อยู่ในประเทศ บราซิล สาธารณรัฐเชก อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก ตรุกี โปแลนด์ รัสเชีย ยูเครน และ 0.1 คะแนนในประเทศอื่นๆ ที่ไม่กล่าวถึง
บอกคนมาสมัครสมาชิกต่อจากเรา
เราสามารถนำลิงก์แนะนำการสมัครสมาชิกมาวางบนเว็บไซต์ และจะได้รับค่าตอบแทน 10% จากรายได้ของสมาชิกที่สมัครผ่านเรา สำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายค่าธรรมเนียมในการสมัครสมาชิกแบบ Premium สามารถนำคะแนนที่สะสมไว้ มาแลกปรับระดับให้ตัวเองเป็นสมาชิกแบบ Premium ได้ ส่วนระบบการจ่ายเงินนั้น ขอแนะนำ ให้โอนเงินผ่านระบบของ PayPal ซึ่งสามารถ ตัดจ่ายยอดต่ำสุดที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นที่ระบบกำหนดมาให้
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ หาเงินบนอินเทอร์เน็ต ของคุณปิยะ นากสงค์)
ปัจจุบันเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก จะมีส่วนทำให้เว็บไซต์ รับรายได้จากการติดป้ายโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์รับฝากไฟล์จะสนับสนุนให้คนนำไฟล์ต่างๆ มาฝากไว้ และนำลิงก์ไฟล์เหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อให้คนอื่นเข้าดาวน์โหลด จึงส่งผลให้มีสถิติการเข้าชมอย่างล้นหลามผันเปลี่ยนรายได้ให้กับเจ้าของเว็บไซต์เช่นกัน ดังนั้นจึงมีเว็บไซต์เหล่านี้ แข่งขันกัน และให้ค่าตอบแทนแ่ก่ผู้นำไฟล์มาเผยแพร่ เพื่อให้มีไฟล์มากเพียงพอ และตรงกับความต้องการของผู้ดาวน์โหลด
อัพโหลดไฟล์สร้างรายได้กับ Ziddu
Ziddu.com เป็นเว็บให้บริการจัดเก็บไฟล์ ที่กำลังมาแรง เพราาะสามารถอัพโหลดหลายๆ หน้าต่างพร้อมกัน อัพโหลดไฟล์ได้ขนาดใหญ่ถึง 200 เมกะไบต์และเมื่อผู้ชมคลิกลิงก์เข้ามาดาวน์โหลด จะไม่ต้องเสียเวลารอนับถอยหลังก่อนดาวน์โหลดไฟล์
ข้อมูลค่าตอบแทนก่อนทำงานจริง
Ziddu.com จะให้ค่าตอบแทนแก่สมาชิก ตามอัตราดังนี้
1.รับ 0.001 เหรียญต่อการดาวน์โหลดเฉพาะรายการหนึ่งครั้ง หรือ 10,000 ครั้ง รับค่าตอบแทน 10 เหรียญ
2. เงินรายได้จะถูกโอนให้ทาง PayPal หรือ MoneyBookers เมื่อยอดรวมของรายได้ถึง 10 เหรียญ
3. การแนะนำเพื่อนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกหารายได้ผ่านเรา จะได้รับโบนัส 0.10 เหรียญเมื่อมีมีผู้สมัครใหม่ผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ แต่จะเริ่มนับเมื่อผู้สมัครใหม่มีการอัพโหลดไฟล์เป็นครั้งแรก
ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก
เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.Ziddu.com
ทำตามขั้นตอน
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ หาเงินบนอินเทอร์เน็ต ของคุณปิยะ นากสงค์)
อัพโหลดไฟล์สร้างรายได้กับ Easy-Share
Easy-Share.com เป็นเว็บไซต์ให้บริการจัดเก็บไฟล์ที่ได้รับความนิยม เพราะมีสมาชิกเข้ามช่วยอัพโหลดไฟล์จำนวนมาก โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนให้สมาชิกด้วย
ข้อมูลค่าตอบแทนก่อนทำงาน
Easy-share จะให้คะแนน (ePoint) ต่อการทำงานและการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ที่เรานำไปฝาก จากนั้นจะผันเปลี่ยนจากคะแนน 1000 คะแนนมาเป็นเงิน 1 ดอล์ลาร์ โดยมีวิธีการสร้างรายได้ถึง 3 รูปแบบ ดังนี้
ติดป้ายประกาศขายสินค้า
สำหรับสมาชิก Premium (สมาชิกที่จ่ายค่าธรรมเนียม) เมื่อล็อกอินเ้ข้าไช้งาน จะสามารถเข้าไปรับโค้ดป้ายโฆษณาสินค้าต่างๆ เพื่อนำไปวางบนเว็บไซต์ และเมื่อมีการสินค้าจะได้รับค่าตอบแทน 10-35% จากยอดขาย และจะต้องตัดยอดเงินในสิ้นเดือน
การดาวน์โหลดไฟล์
เราจะได้คะแนนสะสม เมื่อมีคนเข้ามาคลิกดาวน์โหลดไฟล์ ที่เราฝากไว้ โดยจะได้ 2 คะแนนต่อการดาวน์โหลด หนึ่งครั้งสำหรับผู้ดาวน์โหลดที่อยู่ในประเทศ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยี่ยม แคนาดา เดนมาร์ก เยอรมันนี อังกฤษ กรีซ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอรเวย์ โปรตุเกส สวีเดน สเปน สิงคโปร์ ซาอุดิอารเบีย สหรัฐอเมริกา และ 1 คะแนนสำหรับผู้ดาวน์โหลด อยู่ในประเทศ บราซิล สาธารณรัฐเชก อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก ตรุกี โปแลนด์ รัสเชีย ยูเครน และ 0.1 คะแนนในประเทศอื่นๆ ที่ไม่กล่าวถึง
บอกคนมาสมัครสมาชิกต่อจากเรา
เราสามารถนำลิงก์แนะนำการสมัครสมาชิกมาวางบนเว็บไซต์ และจะได้รับค่าตอบแทน 10% จากรายได้ของสมาชิกที่สมัครผ่านเรา สำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายค่าธรรมเนียมในการสมัครสมาชิกแบบ Premium สามารถนำคะแนนที่สะสมไว้ มาแลกปรับระดับให้ตัวเองเป็นสมาชิกแบบ Premium ได้ ส่วนระบบการจ่ายเงินนั้น ขอแนะนำ ให้โอนเงินผ่านระบบของ PayPal ซึ่งสามารถ ตัดจ่ายยอดต่ำสุดที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นที่ระบบกำหนดมาให้
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ หาเงินบนอินเทอร์เน็ต ของคุณปิยะ นากสงค์)
Google AdSense
เก็บค่าคลิกชมโฆษณากับ Google AdSense
คุณรู้ไหมป้ายให้เช่าติดโฆษณาบนทางด่วนและริมถนนเส้นหลัก ช่วยสร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี ซึ่งบนเว็บไซต์หรือบล็อก (Blog) ที่มีคนเข้ามาอ่านบ่อยๆ เมื่อเรานำป้ายโฆษณามาติด และมีคนมาคลิกเข้ามาอ่านบ่อยๆ เมื่อเรานำป้ายโฆษณามาติด และมีคนคลิกเข้าไปชมมากๆ ก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นจำนวนเงินมากมายในบัญชีของคุณเช่นกัน โดยเรารับป้ายโฆษณาเหล่านี้ได้จาก Google AdSenseGoogle AdSense
Google สร้างรายได้ด้วยการแสดงโฆษณาผ่านเสริร์ชเอนจิน
เว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถจดจำและเป็๋นที่รู้จัก จะช่วยให้ผู้ชมเข้ามาซื้อสินค้า หรือบริการของเว็บนั้นอย่างมากมาย ดังนั้นการทำให้เว็บไซต์ที่เปิดตัวใหม่ เป็นที่รู้จักและถูกจดจำ ทำได้ง่ายๆ คือทำให้ชื่อเว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาต้นๆ ของเสิร์ชแอนจินนั้นเอง
ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินยักษ์อย่าง Google ได้มีบริการเพิ่มชื่อและแสดงกรอบข้อมูลประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ให้อย่างพิเศษ เพื่อให้ผู้ค้นหาพบข้อมูลเว็บไซต์นั้นอย่างเด่นชัด โดยเจ้าของเว็บไซต์ต้องจ่ายบริการนี้ ซึ่งเราเรียกบริการนี้ว่า Google Adwords
Google AdSene ส่งโฆษณาไปแสดงบนเว็บไซต์ตัวแทน
Google ได้เพิ่มขีดความสารารถในการโฆษณาที่ให้ความคุ้มค่ากับลูกค้ามากขึ้น โดยการกระจายโฆษณาไปยังเว็บไซต์กลุ่มเป้าหมาย ที่มีเนื้อใกล้เคียงกับสินค้าและบริการเหล่านั้น ทำให้มีผลต่อการเข้าไปคลิกชมและอ่านข้อมูลของโฆษณานั้นจริงๆ และจะคิดค่าตอบแทนให้กับเว็บไซต์ตัวแทน โดยนับจากจำนวนคลิกป้ายโฆษณาของผู้ชม (Pay per click:PPC) เราเรียกบริการนี้ว่า Google AdSense
สร้างรายได้แน่นอนกับ Google AdSense
เริ่มมองเห็นเมฆตั้งเค้าที่จะก่อตัวเกิดเป็นฝนเหมือนกับว่าจะมีเงินเข้ากระเป๋า เพราะ เพียงแค่เรานำ AdSense มาติดบนหน้าเว็บ หรือบล็อก (Blog)เมื่อมีจำนวนคลิกเข้าชมโฆษณามาก จำนวนเงินก็จะเพิ่มมากตามไปด้วย และทาง Google จะส่งเช็คจ่ายเงินให้เราโดยตรง ไม่ต้องไปตามเก็บเงินจากเจ้าของโฆษณาเอง ซึ่งนับข้อดีได้ ดังนี้
- ดีกว่าขายสินค้า เพราะไม่เสี่ยงกับการขายไม่หมด
- โฆษณาของสินค้าถูกกลั่นกรองส่งมาให้ตรงกับเนื้อหาของเว็บไซต์และกลุ่้มผู้เข้าชม
- โฆษณาน่าสนใจด้วยกราฟิกที่ดูดี หรือเป็นข้อความที่ผ่านการเรียบเรียงแล้ว
- ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม คิดจากการคลิกเข้าชมโฆษณา
- รับค่าตอบแทนโดยจะส่งเช็คมาให้เราถึงบ้าน ไม่ต้องโทรไปตามเก็บ
AdSense จะมีหน้าเว็บสำหรับตัวแทนทุกคนให้สามารถเข้าไปเช็คยอดค่าตอบแทนจากการคลิกโฆษณาและดูรอบการจ่ายเงินได้ และเมื่อถึงรอบการจ่ายเงิน Google AdSense จะส่งเช็คมาให้เราถึงบ้าน
คุณรู้ไหมป้ายให้เช่าติดโฆษณาบนทางด่วนและริมถนนเส้นหลัก ช่วยสร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี ซึ่งบนเว็บไซต์หรือบล็อก (Blog) ที่มีคนเข้ามาอ่านบ่อยๆ เมื่อเรานำป้ายโฆษณามาติด และมีคนมาคลิกเข้ามาอ่านบ่อยๆ เมื่อเรานำป้ายโฆษณามาติด และมีคนคลิกเข้าไปชมมากๆ ก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นจำนวนเงินมากมายในบัญชีของคุณเช่นกัน โดยเรารับป้ายโฆษณาเหล่านี้ได้จาก Google AdSenseGoogle AdSense
Google สร้างรายได้ด้วยการแสดงโฆษณาผ่านเสริร์ชเอนจิน
เว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถจดจำและเป็๋นที่รู้จัก จะช่วยให้ผู้ชมเข้ามาซื้อสินค้า หรือบริการของเว็บนั้นอย่างมากมาย ดังนั้นการทำให้เว็บไซต์ที่เปิดตัวใหม่ เป็นที่รู้จักและถูกจดจำ ทำได้ง่ายๆ คือทำให้ชื่อเว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาต้นๆ ของเสิร์ชแอนจินนั้นเอง
ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินยักษ์อย่าง Google ได้มีบริการเพิ่มชื่อและแสดงกรอบข้อมูลประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ให้อย่างพิเศษ เพื่อให้ผู้ค้นหาพบข้อมูลเว็บไซต์นั้นอย่างเด่นชัด โดยเจ้าของเว็บไซต์ต้องจ่ายบริการนี้ ซึ่งเราเรียกบริการนี้ว่า Google Adwords
Google AdSene ส่งโฆษณาไปแสดงบนเว็บไซต์ตัวแทน
Google ได้เพิ่มขีดความสารารถในการโฆษณาที่ให้ความคุ้มค่ากับลูกค้ามากขึ้น โดยการกระจายโฆษณาไปยังเว็บไซต์กลุ่มเป้าหมาย ที่มีเนื้อใกล้เคียงกับสินค้าและบริการเหล่านั้น ทำให้มีผลต่อการเข้าไปคลิกชมและอ่านข้อมูลของโฆษณานั้นจริงๆ และจะคิดค่าตอบแทนให้กับเว็บไซต์ตัวแทน โดยนับจากจำนวนคลิกป้ายโฆษณาของผู้ชม (Pay per click:PPC) เราเรียกบริการนี้ว่า Google AdSense
สร้างรายได้แน่นอนกับ Google AdSense
เริ่มมองเห็นเมฆตั้งเค้าที่จะก่อตัวเกิดเป็นฝนเหมือนกับว่าจะมีเงินเข้ากระเป๋า เพราะ เพียงแค่เรานำ AdSense มาติดบนหน้าเว็บ หรือบล็อก (Blog)เมื่อมีจำนวนคลิกเข้าชมโฆษณามาก จำนวนเงินก็จะเพิ่มมากตามไปด้วย และทาง Google จะส่งเช็คจ่ายเงินให้เราโดยตรง ไม่ต้องไปตามเก็บเงินจากเจ้าของโฆษณาเอง ซึ่งนับข้อดีได้ ดังนี้
- ดีกว่าขายสินค้า เพราะไม่เสี่ยงกับการขายไม่หมด
- โฆษณาของสินค้าถูกกลั่นกรองส่งมาให้ตรงกับเนื้อหาของเว็บไซต์และกลุ่้มผู้เข้าชม
- โฆษณาน่าสนใจด้วยกราฟิกที่ดูดี หรือเป็นข้อความที่ผ่านการเรียบเรียงแล้ว
- ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม คิดจากการคลิกเข้าชมโฆษณา
- รับค่าตอบแทนโดยจะส่งเช็คมาให้เราถึงบ้าน ไม่ต้องโทรไปตามเก็บ
AdSense จะมีหน้าเว็บสำหรับตัวแทนทุกคนให้สามารถเข้าไปเช็คยอดค่าตอบแทนจากการคลิกโฆษณาและดูรอบการจ่ายเงินได้ และเมื่อถึงรอบการจ่ายเงิน Google AdSense จะส่งเช็คมาให้เราถึงบ้าน
สร้างรายได้กับ Amazon.com
สร้างรายได้โดยเป็นตัวแทนการขายกับ Amazon.com
การเป็นตัวแทนการขาย จะคล้ายกับการเป็ฯนายหน้าขายที่ดินตัวแทนขายประกัน หรือมัคคุเืืทศก์ ที่ช่วยแนะนำคนเข้ามาซื้อสินค้าและบริการในร้านต่างๆ แล้วได้ค่าคอมมิชชั่นตอบแทน แต่ต่างกันที่การเป็ฯตัวแทนบนเว็บ เราได้ได้ไปเดินขาย เพียงแค่ใช้ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาบนเว็บที่สอดคล้องกับสินค้าต่างๆ ที่จะนำมาขาย ก็ช่วยให้คนซื้อสินค้า เหล่านั้นและสร้างรายได้ให้กับเรา ดังนั้นคนที่มีบล็อก (Blog) หรือเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็สามารเป็นตัวแทนเพื่อสร้างรายได้อย่างมากมาย
เริ่มต้นรู้จักกับการตลาดโดยใช้ตัวแทน
การตลาดโดยใช้ตัวแทน(Affiliate Program หรือ Associate Program) เป็นวิธีการตลาดที่เพิ่มช่องทางการขาย โดยการกระจายโฆษณาสินค้าไปขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย และจ่ายค่าคอมมิชชันสำหรับการขายแต่ละครั้งให้กับเว็บไซต์ตัวแทนที่เป็ฯหน้าร้านเหล่านั้น
เริ่มต้นเว็บไซต์ต่างๆ ที่ต้องการเปิดเว็บไซต์ของตนเป็นตัวแทนการขาย ซึ่งเป็นหน้าร้านรับฝากขายสินค้า จะต้องเข้าไปสมัครเป็นตัวแทนกับเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributou) ซึ่งจะทำหน้าที่จัดส่งโฆษณาสินค้าไปฝากขายตามหน้าร้านที่เป็นเว็บไซต์ตัวแทน
วงจรการเป็นตัวแทนการขายจะทำงาน โดยเมื่อผู้ซื้อเข้ามาอ่านรายละเอียดในโฆษณาสินค้าบนเว็บไซต์ตัวแทน และคลิกเข้าไปซื้อ ระบบจะเชื่อมโยงเข้าไปสู่หน้าเว็บสั่งซื้อและจ่ายเงินบนเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่ายเมื่อผู้จัดจำหน่ายได้รับเงินแล้ว จะทำการจ่ายเงินค่าส่วนแบ่งเข้ามายังบัญชีของเว็บไซต์ต้วแทน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 5-15% ส่วนการส่งสินค้าไปถึงผู้ซื้อนั้นผู้จัดจำหน่ายสินค้าจะจัดค่าลงทุนทั้งหมดเอง
ใส่ลิงค์และป้ายแสดงสินค้า
ก่อนจะนำสินค้าไปวางขายในเว็บ เราจะมารู้จักกับสินค้าเหล่านี้ว่าต่างกันอย่างไร
ลิงค์ เป็นข้อความแนะนำสินค้าสั้นๆ เมื่อคลิกจะเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บสินค้านั้นในAmazon ซึ่งมี 3 รูปแบบด้วยกัน คือ ลิก์ข้อความ ลิงก์ภาพ และภาพพร้อมข้อความกับป้ายราคา
แบบเนอร์ เป็นป้ายกราฟิกที่เป็นภาพสินค้าและข้อความโปรโมชั่น ที่ลิงค์ไปยับหมวดสินค้าเหล่านั้นในเว็บ Amazon ซึ่งจะมีให้เลือกหลายขนาด และให้รายได้มากถึง 15% ของยอดขาย
ใส่ลิงค์สินค้าบนหน้าเว็บ
เป็นการเข้าไปค้นหาสินค้าในหมวดที่ต้องการ จากนั้นให้กำหนดคุณสมบัติของป้ายโฆษณา และคัดลอกโค้ดภาษา HTML ไปวางในหน้าเว็บไซต์ที่จะวางขายสินค้า
ิ
การเป็นตัวแทนการขาย จะคล้ายกับการเป็ฯนายหน้าขายที่ดินตัวแทนขายประกัน หรือมัคคุเืืทศก์ ที่ช่วยแนะนำคนเข้ามาซื้อสินค้าและบริการในร้านต่างๆ แล้วได้ค่าคอมมิชชั่นตอบแทน แต่ต่างกันที่การเป็ฯตัวแทนบนเว็บ เราได้ได้ไปเดินขาย เพียงแค่ใช้ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาบนเว็บที่สอดคล้องกับสินค้าต่างๆ ที่จะนำมาขาย ก็ช่วยให้คนซื้อสินค้า เหล่านั้นและสร้างรายได้ให้กับเรา ดังนั้นคนที่มีบล็อก (Blog) หรือเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็สามารเป็นตัวแทนเพื่อสร้างรายได้อย่างมากมาย
เริ่มต้นรู้จักกับการตลาดโดยใช้ตัวแทน
การตลาดโดยใช้ตัวแทน(Affiliate Program หรือ Associate Program) เป็นวิธีการตลาดที่เพิ่มช่องทางการขาย โดยการกระจายโฆษณาสินค้าไปขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย และจ่ายค่าคอมมิชชันสำหรับการขายแต่ละครั้งให้กับเว็บไซต์ตัวแทนที่เป็ฯหน้าร้านเหล่านั้น
เริ่มต้นเว็บไซต์ต่างๆ ที่ต้องการเปิดเว็บไซต์ของตนเป็นตัวแทนการขาย ซึ่งเป็นหน้าร้านรับฝากขายสินค้า จะต้องเข้าไปสมัครเป็นตัวแทนกับเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributou) ซึ่งจะทำหน้าที่จัดส่งโฆษณาสินค้าไปฝากขายตามหน้าร้านที่เป็นเว็บไซต์ตัวแทน
วงจรการเป็นตัวแทนการขายจะทำงาน โดยเมื่อผู้ซื้อเข้ามาอ่านรายละเอียดในโฆษณาสินค้าบนเว็บไซต์ตัวแทน และคลิกเข้าไปซื้อ ระบบจะเชื่อมโยงเข้าไปสู่หน้าเว็บสั่งซื้อและจ่ายเงินบนเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่ายเมื่อผู้จัดจำหน่ายได้รับเงินแล้ว จะทำการจ่ายเงินค่าส่วนแบ่งเข้ามายังบัญชีของเว็บไซต์ต้วแทน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 5-15% ส่วนการส่งสินค้าไปถึงผู้ซื้อนั้นผู้จัดจำหน่ายสินค้าจะจัดค่าลงทุนทั้งหมดเอง
ใส่ลิงค์และป้ายแสดงสินค้า
ก่อนจะนำสินค้าไปวางขายในเว็บ เราจะมารู้จักกับสินค้าเหล่านี้ว่าต่างกันอย่างไร
ลิงค์ เป็นข้อความแนะนำสินค้าสั้นๆ เมื่อคลิกจะเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บสินค้านั้นในAmazon ซึ่งมี 3 รูปแบบด้วยกัน คือ ลิก์ข้อความ ลิงก์ภาพ และภาพพร้อมข้อความกับป้ายราคา
แบบเนอร์ เป็นป้ายกราฟิกที่เป็นภาพสินค้าและข้อความโปรโมชั่น ที่ลิงค์ไปยับหมวดสินค้าเหล่านั้นในเว็บ Amazon ซึ่งจะมีให้เลือกหลายขนาด และให้รายได้มากถึง 15% ของยอดขาย
ใส่ลิงค์สินค้าบนหน้าเว็บ
เป็นการเข้าไปค้นหาสินค้าในหมวดที่ต้องการ จากนั้นให้กำหนดคุณสมบัติของป้ายโฆษณา และคัดลอกโค้ดภาษา HTML ไปวางในหน้าเว็บไซต์ที่จะวางขายสินค้า
ิ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)